เป็นเวลานานกว่า 3 เดือน แล้วที่ประเทศไทย มีปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่ ในรอบหลายปี ซึ่งท่วมกันตั้งแต่ ภาคเหนือ ยันภาคกลาง จนกระทั่ง ท่วมมาถึงกรุงเทพ เมืองหลวงของเรา ที่เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่าง
บัดนี้ กรุงเทพ ได้กลายเป็นเมืองบาดาลที่จมอยู่ใต้น้ำไปแล้ว
ถึงตอนนี้ ไม่ได้คิดจะว่าใครนะครับ เพราะต้อนนี้เดือดร้อนกันทุกหย่อมย่านกันไปหมด คนในเมืองหลวง ไร้ที่อยู่อาศัย จังหวัดข้างเคียง ก็เรื่มขาดแคลน เพราะ มีการลำเลียงน้ำดื่มและอาหารไปให้ผู้ประสบภัย รัฐบาลอนุมัติงบมากมายหลายแสนล้าน เพื่อฟื้นฟู สภาพหลังน้ำท่วม
แต่ปัญหา ของประเทศไทย ที่แท้จริง คือ น้ำท่วม 6 เดือน น้ำแล้ง 6 เดือน … นี่คือ ความจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ แม้ความจริง คนเมืองจะไม่ค่อยพบปัญหา น้ำแล้ง แต่ว่า บางพื้นที่ ถึงกับต้องโยกน้ำบาลใส่ถัง มาตักรดต้นข้าวทีละต้น เพื่อเยียวยาไม่ให้ต้นข้าวตาย เพื่อให้ต้นข้าวมีชีวิตยาวถึง เวลาที่ฝนจะตกลงมา …
ผมเองไม่ใช่คนมีความรู้เรื่องน้ำ ไม่ได้รู้และฉลาดอะไรมากมาย แต่ผมคิดว่า ต่อไปนี้สิ่งที่รัฐบาลควรคิด ก่อนที่จะ เสียหายมากกว่านี้ น่าจะเป็น นโยบาย 1 หมู่บ้าน 1 แหล่งน้ำ ซึ่ง อาจจะเป็นแหล่งน้ำน้อยใหญ่ ตามแต่พื้นที่จะอำนวย แต่ควรขุดให้ลึกๆ เพียงพอจะกักเก็บน้ำใช้ได้ ในแต่ละปี (ผู้รู้เรื่องน้ำมากมาย คงพอมีปัญญาจะคำนวนว่า เท่าไหร่จะพอ) ถ้าจะบอกว่า ไม่มีที่ ก้ซื้อครับ หรือเวนคืนที่ซะ ใครโดนก็ชดเชยเขาให้สมน้ำสมเนื้อ เมื่อแต่ละพื้นที่มีแหล่งน้ำของตัวเอง มีพื้นที่เก็บกักน้ำมากขึ้น เขื่อนต่างๆ ก็ มีภาระกักเก็บน้ำน้อยลง และ ถึงเวลาผู้รู้อีกครั้ง ในการวิเคราะว่า มีน้ำใช้เพียงพอหรือไม่ จะผันน้ำจากเขื่อนไปเติมที่ไหน หรือจะปล่อยน้ำออกอย่างเหมาะสมต่อไป
รบกวนผู้รู้มากมายในประเทศไทย แก้ปัญหาความไม่สมดุลย์ ของ น้ำ ในประเทศไทยให้เหมาะสม น้ำไม่ท่วมและน้ำไม่แล้ง ต่อไปครับ
เลือกตั้งครั้งหน้า ใครมีนโยบาย 1หมู่บ้าน 1แหล่งน้ำ ผมเลือกคนนั้นแหละครับ ถ้าไม่มี ก็ไม่เลือก “แม่ง” ละครับ
เพราะอย่างน้อยๆจะได้บอกได้ว่า “กู” ไม่ได้เลือกมันมา วัวหายล้อมคอก ต่อไป
ปล. ไม่ได้อยู่ฝ่ายไหน แต่ ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาลก็ใช้สมองบ้างครับ ไม่ใช่จะประชานิยมกันอย่างเดียว เพราะ ถ้าน้ำไม่ท่วม ก็จะเอาเงินที่เตรียมเยียวยาต่างๆ มาพัฒนาประเทศได้อีกเยอะครับ
